Sunday, 4 January 2009

Cassette

เทปคาสเซ็ท เป็นช่องทางในการฟังเพลงที่สำคัญมากในสมัยก่อนที่ CD mp3 หรือ mp4 ยังไม่เกิดขึ้นมา


ผมเข้ามาอยู่กรุงเทพแล้วตั้งแต่ตอนอยู่ ป.5 จำได้ว่าเทปม้วนแรกที่ผมซื้อในขณะที่เข้ามาอยู่กรุงเทพสมัยนั้น เป็นเทปของนักร้องขวัญใจผมขณะนั้น เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อุ้ย รวิวรรณ จินดา



ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ผมได้ฟังบทเพลงในอัลบั้ม รุ้งอ้วนแล้ว วันเวลาเก่าๆ ของผมมันก็ย้อนกลับมาเสมอ



Thursday, 1 January 2009

Scientist

สมัุยมัธยมในชั่วโมงวิทยาศาสตร์ เราต้องทำการทดลอง ซึ่งต้องเริ่มจากการตั้งสมมติิฐานไง ก่อนที่จะพิสูจน์แล้วสรุปผล



แถมผมเคยอยู่ในชมรมวิทยาศาสตร์ด้วย แหมนักกิจกรรมตัวยงซะขนาดนั้น ดังนั้นผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่น่าจดจำของผมมีหลายอย่างนะ ที่น่าสนใจ


อย่างแรกก็คือ การทำการทดลองเรื่องของ Super Conductor โดยการนำมาวางในภาชนะที่ใส่ไฮโดรเจนเหลว เราก็จะเห็นว่าวัตถุนั้นก็จะลอยขึ้น ประหนึ่งเล่นปาหี่ทีเดียว (เรื่องนี้ต้องขอบคุณ ศ.ถัง ที่บางมดนะ ถ้าจำไม่ผิด)



เรื่องต่อมาก็คือการทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ต้นอัฟริกัน ไวโอเลท ซึ่งสมัยนั้นเป็นเรื่องใหม่มาก (เรื่องนี้ต้องขอบคุณม.มหิดล)



การหมักไวน์มะขาม และสับปะรด เป็นผลงานที่ผมยังจดจำได้ดี ผลิดขายกันไม่ไม่หวาดไม่ไหว



ทอดมัน ซึ่งเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ตรงไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าหาเงินให้ชมรมเยอะมาก




การทำดอกไม้ประดิษฐ์



การสานตะกร้ากระดาษาหนังสือพิมพ์ วิทยาศาสตร์จริงๆ



อีกผลงานที่น่าจดจำ คือการนั่งนับถุงยางที่ลอยตามคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อพิสูจน์สมมติฐานว่าคงมีสถานขายบริการทางเพศที่ตลาดโบ๊เบ๊แน่ๆเลย




นอกนั้นยังมีการทำโครงการวิทยาศาสตร์อีกสองอย่างคือ เรื่องสารฟอมาลดีไฮด์ หรือฟอมารีน ในอาหาร กับ การทำปุ๋ยจากถั่วประเภทต่างๆๆ



นึกแล้วยิ้มได้



ชอบๆๆๆ

Thursday, 4 December 2008

หย่อมหญ้ายามฝนตก

อ่านหัวข้ออย่างนี้แล้วบางทีทำให้งง และชวนให้สงสัยว่าทำไมเหรอ หย่อมหญ้ายามฝนตก



พอดีว่าวันนี้ฝนตกน่ะ เดินไปมาก็ต้องระมัดระวังเต็มที่ จิกเท้าตลอดเพื่อไม่ให้มันลื่น เดี๋ยวหน้าจะไปวัดถนนซะ




ก็เลยพาลนึกถึงความทรงจำครั้งในวัยเด็ก




ตอนชั้นประถมศึกษาโรงเรียนผมน่ะมันเป็นพื้นดิน ดังนั้นวันไหนฝนตกเนี่ยะไม่ต้องพูดถึง มันกลายเป็นขี้เลนเลยทีเดียว ดังนั้นเวลาเดิน สิ่งที่เกิดขึ้นง่ายๆ ก็คือการลื่น ก้นจ้ำเบ้า หลายหลังไง ผมประสบเหตุบ่อยมาก



บางเช้าชุดนักเรียนขาวสะอาดมา เจอมั้วนเดียวเละทั้งตัว



แต่เชื่อไหมว่าการเดินจนชำนาญไม่ให้ลื่นก็คือ พยายามมองหาหย่อมหญ่าตามทางนั่นแหละ แล้วก้าวไปตามหย่อมหญ้าพวกนั้น รับรองไม่มีลื่น



ทฤษฎีนี้พิสูจน์แล้วด้วยตนเอง

Saturday, 1 November 2008

Grass

ตอนที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนที่ขึ้นชื่อเรื่องกีฬาฟุตบอล แต่หากได้ผ่านไปตอนนี้ซึ่งไม่แตกต่างจากสมัยก่อนก็คือ สนามฟุตบอลที่ไร้หญ้านั่นเอง



สมัยก่อนนักเรียนทุกคนต้องร่วมกันบริจากซื้อหญ้ามาปูเลยทีเดียว ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าตารางเมตรละเท่าไหร่ละ รู้แต่ว่าเรียนมาหกปี เสียค่าหญ้าไปหลายบาท แต่ในที่สุดแล้วมันก็ไม่เคยเหลือเลย



ก็มันจะเหลือได้ไง พี่แกเล่นเอาน้ำเนาจากคลองผดุงกรุงเกษมมารดนี่นา เหม็นเน่าซะขนาดนั้น

Sunday, 5 October 2008

The Butterfly Lovers

เพลงที่ตอนนี้ผมเอามาประกอบสไลด์ของผมตอนนี้ก็คือ เพลงประกอบบทละครตำนานรักพื้นบ้านอมตะอันยิ่งใหญ่หนึ่งในสี่เรื่องของจีนคือเรื่องตำนานรักผีเสื้อ (The Butterfly Lovers) หรือที่เป็นที่รู้จักกันในเรื่องม่านประเพณี (วรรณกรรมสี่เรื่อง ได้แก่ ตำนานรักผีเสื้อ นางพญางูขาว เมิ่งเจียงหนี่ และชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้า)


คืนนี้ผมนั่งฟังเพลงม่านประเพณีนี้แล้วผมก็นั่งนึกถึงวันเก่าๆ


เพลงนี้ผมฟังครั้งแรกตอนที่ผมมีโอกาศดูภาพยนต์เรื่องม่านประเพณีที่หยางไฉ่หนี รับบทฉั่วอิงไถ และอู๋ฉีหลง รับบทเหลียงซันปว๋อ แค่ครั้งนั้น ผมก็ต้องเสียน้ำตาให้กับโศกนาฏกรรมแห่งความรักเรื่องนี้ไม่รู้กี่รอบ









วันนี้พอนั่งคิดขึ้นมาแล้วผมก็อยากที่จะเขียนเอาไว้ว่า ผมรักบทประพันธ์เรื่องนี้มากจริงๆ นะ








Chinese opera

When I was young I loved to watch plays and other kind of cultural dramas. Today I want to write my memories about “The Chinese opera”, so-called in Thai “NGIW”.


First of all, I want to tell you that I can not speak Chinese and I do not understand Chinese any more but why I love to see the Chinese opera and how can I understand the stories of those operas?


I was born in the Chinese family, which has moved from China for almost 90 years. When I was young, my house was located near the joss house (so-called Saan Jao in Thai).


Every year there was at least two festivals were set up at the joss house. At the festival, there was provided many kinds of activity, namely, pay respect to the gods, auction, and Chinese opera.


In my memory, I always go to watch the Chinese opera with my aunt, who was also my mother-in-law. Every evening she always comes to my house and takes me to the opera house. She and I always go there with some joss sticks for paying respect to the gods and we never forgot to take some fans with us because the weather was very hot.


At the opera house, she always translates every conversation in the story to me. Moreover, she always gives me other additional details about the story.



Until now, every time that I watch the Chinese opera, she always comes to my memory. And this is one of my memories that always clear when I close my eyes.



Finally, I want to say that..........it's almost 8 years of living without you. “I MISS YOU”…….. my aunt.

Monday, 22 September 2008

Study aboard

การเรียนหนังสือในต่างประเทศนั้น เป็นความใฝ่ฝันของผมตั้งแต่เด็ก ถ้าบอกอย่างนี้จะเชื่อไหม?

ตั้งแต่เด็กผมอยากไปเรียนต่างประเทศ ตามความคิดในสมัยนั้นว่ามันคงจะหรูดีนะ หากได้ไปเรียนจบจากต่างประเทศมา จากจุดนี้เองก็เป็นการจุดประกายให้ผมพยายามที่จะศึกษาภาษาอังกฤษให้มากขึ้น เพื่อที่ว่าสักวันหนึ่งในอนาคต สิ่งนี้แหละจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการจะได้ไปเรียนต่อต่างประเทศของผม

ผมลืมความคิดเรื่องการเรียนต่อต่างประเทศไปยาวนานพอควรเกือบ 5-6 ปี กระทั่งเกือบจบปริญญาตรี ผมก็เริ่มมีความคิดเรื่องการเรียนต่อต่างประเทศมากขึ้น ผมพยายามหาข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศจำนวนมาก และที่สำคัญคือหาข้อมูลทุนการศึกษาด้วย เพราะครอบครัวผมก็คงไม่มีเงินมากพอที่จะทำให้ผมคิดอยากทำโน่นนี่ได้ตามใจ

ผมบุกไปสถานทูตของหลายประเทศ เพื่อติดต่อเกี่ยวกับทุนการศึกษา โดยเฉพาะประเทศที่คนมักไม่ค่อยสนใจ เช่น แม็กซิโก เปรู กรีซ รัสเซีย เนเธอร์แลนด์ แต่ก็ไม่ลืมที่จะหาข้อมูลในประเทศที่คนสนใจ ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ หรืออเมริกา เยอรมนี และฝรั่งเศส ผมเอาหมดแหละ แล้วก็ไม่ลืมประเทศไทยด้วย เอาเข้าจริงผมว่าการหาและทำความเข้าใจข้อมูลเรื่องทุนนี่แหละที่ทำให้ผมมีพัฒนาการด้านภาษามากขึ้นมาโดยไมรู้ตัว

กระทั่งปัจจุบัน ผมกำลังศึกษาต่ออยู่ที่ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นประเทศที่ผมกลับไม่เคยหาข้อมูลเลย ผมมาศึกษาที่ประเทศนี้ในหลักสูตรปริญญาโทกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในมหาวิทยาลัยลุนด์ ทั้งๆ ที่ผมกลับไม่ค่อยมีข้อมูลของหลักสูตรและมหาวิทยาลัยแห่งนี้อยู่ในหัวเลย

การศึกษาที่ประเทศสวีเดนนั้น ผมไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนก็จริง แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่ากินค่าอยู่ต้องจ่ายเองทั้งหมด แต่จนที่สุด ผมมาศึกษาที่นี่โดยได้รับทุนการศึกษาค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเดินทางโดยเครื่องบิน ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ จาก Swedish International Development Cooperation Agency และ Raoul Wallenberg Institute, Faculty of Law, Lund University โดยที่ผมกลับไม่เคยมีข้อมูลของทุนการศึกษานี้มาก่อน แต่ทุนกลับเป็นฝ่ายเลือกผมขึ้นมาเองจากบรรดาผู้ที่เข้าศึกษาที่นี่กว่า 40 คน

ทีนี้ ทุกคนคิดเหมือนผมบ้างไหมครับว่า ชีวิตคนเราโอกาสมันไม่ได้ผ่านเข้ามาบ่อยนะ ถ้ามันผ่านมาก็หยิบฉวยมันไว้เลย แต่ถ้ามันยังไม่ผ่านมา เราก็จงอย่านิ่งนอนใจ เร่งสร้างโอกาสที่จะให้โอกาสดีๆ เหล่านั้นผ่านเข้ามาในชีวิตของเราอยู่เสมอ การเตรียมตัวอยู่เสมอ เพื่อที่ว่าเมื่อสักวันมันผ่านมา เราก็พร้อมที่จะรับโอกาสนั้นได้โดยไม่มีเงื่อนไข นั่นเอง

ดังนั้นผมจึงขอสรุปว่า "การรอให้โอกาสดีๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตนั้น ไม่ใช่การนั่งรอ นอนรอ หากแต่เป็นเฝ้าการรออย่างมีหวัง และการสร้างพลังที่จะไขว่คว้าโอกาสเหล่านั้น เมื่อมันผ่านเข้ามาในชีวิตเราต่างหาก"